บอกลาฝ้าเลือดบนใบหน้ากับ 5 วิธีรักษาฝ้าเลือด แบบไม่ง้อหมอ !

บอกลาฝ้าเลือดบนใบหน้ากับ 5 วิธีรักษาฝ้าเลือด แบบไม่ง้อหมอ !

เมื่อพูดถึงฝ้า (Melasma/Chloasma) หลายคนคงนึกถึง ภาพของผิวหน้าที่เป็นปื้นสีน้ำตาล หรือร่องรอยของผิวบริเวณโหนกแก้ม, หน้าผาก ที่มีสีคล้ำเปลี่ยนไปจากเดิมใช่ไหมคะ? นั่นคงเป็นฝ้าแดดที่ทุกคนรู้จักกันดี

วิธีรักษาฝ้าเลือด โดยไม่ต้องง้อหม้อเลย

Telangiectatic Melasma ฝ้าเลือด

แต่ทราบไหมคะว่า มีฝ้าอีกชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฝ้าเลือด ซึ่งนอกจากจะสร้างรอยหมองคล้ำให้กับใบหน้าแล้ว ยังมีจุดเลือดออกเล็ก ๆ หรือร่องรอยของเส้นเลือดฝอยที่แตก แฝงมาอีกด้วย แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ วันนี้เรามี 5 วิธีรักษาฝ้าเลือดมาแนะนำให้รู้จักกันค่ะ แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น มาเช็คกันหน่อยดีกว่าค่ะว่า เรามีฝ้าเลือดซ่อนอยู่บนหน้าหรือเปล่า ?

1. สังเกตได้อย่างไรว่า มีฝ้าเลือด ?

ฝ้าเลือด (Telangiectatic Melasma, Facial Telangiectasias) หรือแพทย์ผิวหนังบางท่านอาจเรียกว่า เป็นฝ้าชนิดที่มีเส้นเลือดฝอยแตกร่วมด้วย (Vascular Melasma, Melasma with Telangiectasias) เป็นฝ้าที่มีการแตกของเส้นเลือดฝอยร่วมด้วย ถ้าไม่สังเกตอาจมองเห็นได้ยาก แต่ถ้าเปิดไฟให้สว่าง แล้วลองส่องกระจกใกล้ ๆ ดึงแก้มให้ตึง อาจเห็นรอยแดงของเส้นเลือดฝอย (Telangiectasias) ซ่อนอยู่ใต้ฝ้าแดดก็ได้นะคะ

 วิธีรักษาฝ้าเลือด เส้นเลือดแดงขยายตัว

Telangiectasia เส้นเลือดแดงขยายตัว

2. ฝ้าเลือดเกิดได้อย่างไร ?

สาเหตุและกลไกของการเกิดฝ้าเลือดค่อนข้างซับซ้อน และยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน หรือแม้แต่สาเหตุของฝ้า (Melasma) ทั้งฝ้าเลือด ฝ้าแดด และสาเหตุของการเกิดเส้นเลือดขยายตัว (Telangiectasias) และแตกออก ก็ยังไม่ชัดเจนเช่นกัน แต่อาจมีความสัมพันธ์กับพันธุกรรมถึง 60% เลยค่ะ

3. ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดฝ้าเลือด

มีปัจจัยกระตุ้นสำคัญ ที่มีแนวโน้มทำให้เกิดฝ้าเลือดได้

ปัจจัยที่อาจกระตุ้นให้เกิดฝ้าเลือด  วิธีรักษาฝ้าเลือด
  • การเผชิญแสงแดดเป็นเวลานาน เพราะรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด จะกระตุ้นเซลล์ผิวหนัง ให้หลั่งเม็ดสีผิวหรือเมลานิน (Melanin) ออกมามากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดทั้งฝ้าเลือด ฝ้าแดด
  • ฮอร์โมนเพศหญิงที่สูงขึ้น ทำให้เพศหญิงมีโอกาสเกิด ทั้งฝ้าเลือด ฝ้าแดด ได้มากกว่าเพศชาย เช่น การใช้ยาคุมกำเนิด, การใช้ห่วงอนามัยเคลือบฮอร์โมน, การรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัด (Hormonal Replacement Therapy,HRT) การตั้งครรภ์ แต่พบว่าหลังคลอดบุตร ฝ้าสามารถจางลงเองได้ภายในไม่กี่เดือน
  • การใช้ครีม หรือยาสเตียรอยด์ชนิดทา นอกจากจะทำให้ผิวหน้าบางลงแล้ว ยังทำให้หลอดเลือดให้ขยายตัว กระตุ้นการเกิดฝ้าเลือด และทำให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นด้วยค่ะ
  • โรคบางชนิด เช่น โรคของต่อมไทรอยด์

นอกจากปัจจัยที่ถูกกระตุ้นจากภายนอก จะทำให้เกิดฝ้าเลือดได้แล้ว การที่ผิวบางลง จะทำให้เห็นฝ้าเลือดได้ชัดเจนขึ้นด้วย ดังนั้นวิธีรักษาฝ้าเลือด นอกจากจะเน้นลดรอยเข้มของผิว (Hyperpigmentation) แล้ว ยังควรทำร่วมกับการกระตุ้นและฟื้นฟูเซลล์ผิว เพื่อให้ผิวหนาขึ้น แข็งแรงขึ้นด้วยนะคะ

4. 5 วิธีรักษาฝ้าเลือด ด้วยตัวเอง

  • วิธีรักษาฝ้าเลือดด้วย Dr.Jill (G5 Essence) PLUS Serum

เซรัมของ Dr.Jill เป็นวิธีรักษาฝ้าเลือดจากธรรมชาติ ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เหมาะกับการบำรุงและฟื้นฟูทุกสภาพผิว มีสารสำคัญคือ เอพิเดอร์มอล โกรทแฟคเตอร์ (Epidermal Growth Factor, EGF) ที่สกัดจากธรรมชาติถึง 5 ชนิด ได้แก่ แอปเปิ้ล, องุ่น, ผลอาร์แกน, ดอกกุหลาบ และใบบัวบก ลดขั้นตอน และความวุ่นวายในการรักษาฝ้าเลือดให้กับคุณ

5 EGF ของเซรัม Dr.Jill จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ผิว ปลุกการทำงานคอลลาเจน, อิลาสติน และกรดไฮยาลูรอนิก ให้กลับมาแข็งแรง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ นุ่มเด้ง แข็งแรงขึ้น ช่วยให้รอยฝ้าเลือด ฝ้าแดดดูจางลง

นอกจากนี้วิตามิน และสารสกัดในเซรัม Dr.Jill จะทำงานเหมือนสารต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของเส้นเลือด ทำให้เซลล์ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น เส้นเลือดฝอยแตกตัวน้อยลง ทำให้ร่องรอยของฝ้าเลือดจางลง เป็นครีมแก้ฝ้าเลือดที่มีประสิทธิภาพอีกตัวหนึ่งเลยทีเดียว

  • วิธีรักษาฝ้าเลือดด้วย สารอาร์บูตินจากเบอร์รี่
วิธีรักษาฝ้าเลือด ด้วยสารสกัดจากผลไม้

เราสามารถทำครีมแก้ฝ้าเลือดได้เอง ด้วยการใช้สารสกัดอาร์บูติน ที่มีอยู่ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่, แคนเบอร์รี่, มัลเบอร์รี่ หรือแม้แต่ลูกแพร์ อาร์บูตินจะช่วยทำให้ผิวขาวขึ้น เป็นวิธีรักษาฝ้าเลือดจากภายใน ด้วยการยับยั้งเอนไซม์ (Tyrosinase) ที่ช่วยสร้างเม็ดสีเมลานิน ลดรอยผิวคล้ำ กระตุ้นให้เซลล์ผิวและเซลล์ผนังหลอดเลือดแข็งแรงขึ้น เหมาะสำหรับทุกสภาพผิว

  • วิธีรักษาฝ้าเลือดด้วย การพอกหน้าด้วยมะเขือเทศ
วิธีรักษาฝ้าเลือด ด้วยสารสกัดจากมะเขือเทศ

ใครอยากใช้มะเขือเทศแบบหั่นเป็นชิ้น หรือจะลองนำมะเขือเทศมาปั่น แล้วพอกทิ้งไว้บริเวณที่เป็นฝ้าเลือด นอกจากเป็นวิธีรักษาฝ้าเลือดอย่างดีจากธรรมชาติแล้ว สารไลโคปีนในมะเขือเทศ ยังช่วยลดรอยดำต่าง ๆ ช่วยบำรุงให้ผิวหน้าดูชุ่มชื้น เต่งตึง ย้อนวัยสาวได้อีกครั้งด้วยค่ะ

  • วิธีรักษาฝ้าเลือดด้วย การดื่มน้ำแครอทปั่น
วิธีรักษาฝ้าเลือด ด้วยสารสกัดจากแครอท

น้ำแครอทปั่น อุดมไปด้วยเบตาแคโรทีน ที่สามารถช่วยลดรอยฝ้าแดด ฝ้าเลือดได้ มีงานวิจัยหลายฉบับที่รายงานถึง ประสิทธิภาพของเบตาแคโรทีนในผักผลไม้ที่มีสีเหลือง, ส้ม, สีแดง รวมถึงผักสีเขียวเข้มด้วยนะคะ

  • วิธีรักษาฝ้าเลือดด้วย การรับประทานผลไม้ตระกูลส้ม
วิธีรักษาฝ้าเลือด ด้วยสารสกัดจากส้ม

วิตามินซีในผลไม้ตระกูลส้ม จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นเลือด โดยเฉพาะเส้นเลือดฝอย แก้ปัญหาฝ้าเลือดจากต้นตอของปัญหา ทั้งยังช่วยฟื้นฟูผิวเสีย, ปกป้องผิวจากแสงแดด และยังช่วยกำจัดอนุมูลอิสระในร่างกายอีกด้วย

5. ป้องกันฝ้าเลือดได้ด้วยตัวเอง

นอกจากนี้การรักษาฝ้าเลือด ควรทำร่วมกับการการป้องกันการเกิดฝ้าเลือดใหม่ ด้วยการปกป้องผิวหนังเมื่อต้องสัมผัสแสงแดด ด้วยการทาครีมกันแดด, สวมหมวก, กางร่ม, เปลี่ยนวิธีคุมกำเนิด และหยุดใช้ครีมแก้ฝ้าเลือด ที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์นานจนเกินไป

สรุปวิธีรักษาฝ้าเลือด

ถึงแม้เราจะยังไม่ทราบสาเหตุ ของการเกิดฝ้าเลือดที่ชัดเจน แต่เราสามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ อย่างแสงแดดและการใช้ฮอร์โมนได้ แต่หากเกิดฝ้าเลือดขึ้นแล้ว การใช้ครีมแก้ฝ้าเลือดที่ใช้สารสกัดจากธรรมชาติอย่าง Dr.Jill นับเป็นวิธีรักษาฝ้าเลือดที่ปลอดภัย ซึ่งนอกจากช่วยรักษา ยังช่วยฟื้นฟูลึกถึงโครงสร้างผิวอีกด้วยนะคะ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

8 − 7 =