ไม่ว่าจะผิวไม่แข็งแรง เป็นสิว ผิวบอบบาง หรือผิวแพ้ง่าย ใช้เซรัม Dr.Jill ดูแลครบ จบได้ทุกปัญหา !!

ไม่ว่าจะผิวไม่แข็งแรง เป็นสิว ผิวบอบบาง หรือผิวแพ้ง่าย ใช้เซรัม Dr.Jill ดูแลครบ จบได้ทุกปัญหา !!

หลายคนคงเคยได้ยิน ประเภทของผิวมาหลายรูปแบบ แต่โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น ผิวธรรมดา, ผิวแห้ง, ผิวมัน, ผิวผสม และผิวแพ้ง่าย ซึ่งผิวชนิดสุดท้ายนี้ เป็นผิวที่ระบุได้ยาก มักเกิดความสับสน จนถูกใช้ในความหมายที่ผิดไปในบางครั้ง

นอกจากผิวแพ้ง่าย ยังมีคำว่า ผิวไม่แข็งแรง, ผิวบอบบาง ที่มักเกิดความสับสนกันบ่อยครั้ง วันนี้เราจะพาไปคุณไปหาคำตอบกันว่า ที่จริงแล้ว ผิวแต่ละชนิดมีลักษณะอย่างไร ? และทำไมเซรัม Dr.Jill (G5 Essence) PLUS ถึงดูแลได้ทุกปัญหาผิว

1. ผิวแพ้ง่าย (Allergic Skin) ไม่ได้แปลว่า ผิวไม่แข็งแรงเสมอไป !

หลายครั้งที่ผิวแพ้ง่าย มักถูกใช้เรียกอาการที่ผิวไวต่อการกระตุ้น จากสารเคมีหรือสิ่งเร้าภายนอก ซึ่งอาจไม่ถูกต้องเท่าใดนัก เพราะจริง ๆ แล้วความของคำว่า ผิวแพ้ง่าย (Allergy-Prone Skin) นั้น ควรใช้เรียก ผิวหนังในกลุ่มอาการภูมิแพ้ (Atopy) หรือผิวหนังที่มีอาการแพ้ต่อสารอย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งเป็นปฏิกิริยาส่วนบุคคล เกิดขึ้นแบบเฉพาะเจาะจง เกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์เป็นหลัก เช่น แพ้ฝุ่น, แพ้เกสรดอกไม้ หรือแพ้น้ำหอมบางชนิด ในครีมบำรุงหน้า ซึ่งนอกจากผิวจะมีผื่นคัน, บวม, แดง อาจมีอาการคันตา, แน่นหน้าอก, หายใจลำบาก, คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วยได้

ซึ่งคนที่ผิวแพ้ง่าย (Allergy-Prone Skin) อาจไม่ได้มีปัญหาผิวไม่แข็งแรง แต่เป็นการตอบสนอง ของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเอง ที่ทำให้ผิวแพ้ง่าย

2. ผิวที่มีความรู้สึกไวกว่าปกติ หรือผิวบอบบาง (Sensitive Skin)

ถ้าเรียกผิวที่เซนส์ซิทีฟว่า ผิวที่มีความรู้สึกไวกว่าปกติ อาจฟังดูไม่คุ้นหูนัก แต่นี่น่าจะเป็นความหมายที่ตรงกับความเป็นจริง เพราะผิวเซนส์ซิทีฟไม่ใช่ผิวแพ้ง่าย อย่างที่มักเรียกกัน หรือจะเรียกว่า ผิวบอบบาง ผิวไม่แข็งแรง อาจใกล้เคียงมากกว่า

ผิวไม่แข็งแรง ใช้เซรัม Dr.Jill ดูแลครบ จบได้ทุกปัญหา

ผิวบอบบาง เป็นผิวที่มีปฏิกิริยาไวต่อสิ่งเร้า หรือสิ่งแวดล้อมง่ายกว่าปกติ ผลลัพธ์สุดท้ายอาจทำให้ผิวไม่แข็งแรง เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น เกิดจากผิวแห้ง, ผิวอักเสบเป็นเวลานาน หรืออาจไม่มีสาเหตุเลยก็ได้ แต่การจะระบุว่า ใครมีผิวบอบบางนั้น บางครั้งต้องใช้การสังเกต เพราะอาจไม่มีร่องรอยปรากฎที่ผิวหนังชัดเจน

3. 4 กลุ่มของผิวบอบบาง (Sensitive Skin)

สามารถแบ่งผิวบอบบาง (ตาม Baumann Skin Typing System) ได้เป็น 4 ชนิด ตามอาการ และลักษณะความผิดปกติของผิวหนังที่พบ

3.1 Acne Type

กลุ่มของผิวแพ้ง่ายเป็นสิวง่าย อาจมีการผลิตไขมันในชั้นใต้ผิวหนัง (Sebum) มากกว่าปกติ ทำให้เกิดสิวอุดตัน (Comedones) ได้ง่าย ซึ่งทำให้ผิวไม่แข็งแรง โดยเฉพาะเมื่อสัมผัสสารบางชนิด เช่น น้ำมันมะพร้าว, น้ำมันอีฟนิ่งพริมโรส, Cocoa butter, Lanolin, Lauric acid, Isopropyl isostearate, Isostearyl neopentanoate, Octyl Stearate ทำให้ผิวหน้าไม่แข็งแรง จนเกิดสิวได้ง่าย จึงควรเลือกใช้สกินแคร์ที่ช่วยปรับสมดุลซีบัม และแก้ปัญหาสิวได้

3.2 Rosacea Type

ส่วนใหญ่พบในคนผิวขาว เป็นกลุ่มที่มักหน้าแดง (Facial Flushing) ได้ง่าย มีแนวโน้มที่จะเกิดผื่นแดง (Rosacea) ร่วมกับตุ่มแดง หรือตุ่มหนองบนใบหน้า และมีผิวหนังอุ่นขึ้น อาจมีความรู้สึกเจ็บแปล๊บร่วมด้วยได้ มักมีผิวไม่แข็งแรง เส้นเลือดอาจเปราะง่าย

ผิวไม่แข็งแรง มีแนวโน้มที่จะเกิดผื่นแดง ต้องทำยังไง

ผิวไม่แข็งแรงชนิดนี้ ถูกกระตุ้นได้ด้วยความร้อน, อาหารรสเผ็ด, อาหารรสจัด หรือหน้าแดงได้ง่ายตามอารมณ์ ควรใช้สกินแคร์ที่ช่วยลดการอักเสบได้

3.3 Burning and Stinging Type

อาการของกลุ่มนี้ ไม่มีลักษณะผิดปกติของผิวหนัง แต่เป็นการรับรู้ของเส้นประสาทผิวหนังที่ไวกว่าปกติ ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา อาจทำให้ทราบและหาสาเหตุได้ยากในบางกรณี

อาการของผิวหน้าไม่แข็งแรงชนิดนี้ แสดงออกในรูปแบบของความระคายเคือง, แสบร้อน, รู้สึกเจ็บแปล๊บ, เจ็บจี๊ดเหมือนถูกไฟช็อต, รู้สึกเหมือนถูกไฟไหม้ หรือคันยุบยิบ บริเวณที่ทาสกินแคร์ หรือแม้แต่ลมพัด, อากาศหนาวก็อาจทำให้รู้สึกผิดปกติได้เหมือนกัน

สารบางชนิดในสกินแคร์ อาจทำให้ผิวไม่แข็งแรง จนรู้สึกผิดปกติได้ไว ยกตัวอย่างเช่น แอลกอฮอล์, Azelaic acid, Benzoic acid, Menthol, Peppermint

3.4 Contact Dermatitis Type

กลุ่มนี้อาจเรียกได้ว่า เป็นกลุ่มที่ผิวไม่แข็งแรงอย่างแท้จริง มักเกิดผื่นแดง ผื่นคัน หรือมีความผิดปกติอื่น ๆ ได้ง่าย เมื่อสัมผัสกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เพราะผิวเสียความสามารถในปกป้องตัวเอง (Damaged Skin Barrier Function) ทำให้มลพิษและเชื้อโรค ก่อปัญหากับผิวหนังได้ง่าย ผิวแพ้ง่ายเป็นสิวง่าย

ผิวไม่แข็งแรง ผื่นแดง ผื่นคัน หรือมีความผิดปกติอื่น ๆ ได้ง่าย ใช้ครีมอะไรดี?

ยังมีอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผิวไม่แข็งแรง คือ การสูญเสียน้ำทางผิวหนังมากกว่าปกติ (Transepidermal Water Loss) ทำให้ผิวแห้ง และผิวบอบบางกว่าปกติ ควรใช้สกินแคร์ที่เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว แก้ปัญหาผิวไม่แข็งแรง และควรใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อลดความเสี่ยงจากการแพ้สารเคมี

ผิวไม่แข็งแรง ผิวบอบบางแค่ไหน ก็ใช้เซรัม Dr.Jill ได้สบาย

4. ผิวบอบบางแค่ไหน ก็ใช้เซรัม Dr.Jill ได้สบาย

จะเห็นว่า ผิวแพ้ง่าย (Allergy-Prone Skin) กับผิวบอบบาง (Sensitive Skin) เป็นคนละเรื่องกัน แต่ผลลัพธ์สุดท้าย อาจทำให้ผิวหน้าไม่แข็งแรง ผิวแพ้ง่ายเป็นสิวได้เหมือนกัน

Dr.Jill (G5 Essence) PLUS Serum มีเอพิเดอร์มอล โกรทแฟคเตอร์ (EGF) 5 ชนิด ที่ช่วยฟื้นฟูผิวที่ไม่แข็งแรง ให้สุขภาพดีขึ้น ชุ่มชื้นอีกครั้ง โดยผสานการทำงานกับ กรดไฮยาลูรอนิกและไกลคอล ที่จะช่วยกักเก็บไว้ที่ผิวได้อย่างยาวนาน นอกจากนี้สารสกัดในเซรัม Dr.Jill จะช่วยลดการอักเสบ แก้ปัญหาผิวแพ้ง่ายเป็นสิว รวมทั้งยังช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวด ความรู้สึกระคายเคืองได้อีกด้วย

สรุป

ผิวแพ้ง่าย (Allergy-Prone Skin) เป็นอาการในกลุ่มภูมิแพ้ ที่มักมีผื่นแพ้ อาจเกิดร่วมกับอาการแพ้ในระบบอื่น ที่มีต่อสิ่งกระตุ้นบางชนิด แต่ผิวบอบบาง (Sensitive Skin) เป็นผิวที่มักเกิดปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมได้ไวเสมอ แสดงอาการในรูปแบบของ ผิวแพ้ง่ายเป็นสิว, ผิวแดงได้ง่าย, มีผื่นง่าย และรู้สึกเจ็บปวด ระคายเคืองเมื่อสัมผัสสารบางชนิด

ซึ่งความผิดปกติทั้งหมด สามารถรักษาได้ด้วยเซรัม Dr.Jill ที่ตอบโจทย์ได้ครบ แก้ปัญหาผิวไม่แข็งแรง ผิวบอบบาง ให้มีสุขภาพดีได้อีกครั้ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

twenty − 3 =